ChiangmaiFX : ก้าวสู่ปีที่ 13 อย่างมั่นคงในการเทรด Forex (2009 - 2022) โดยใช้วิชาเทคนิคอล (สถิติประยุกต์) มาช่วยเพิ่มโอกาสที่จะชนะ

 

Price Patterns (Part 5)

[ตอนที่ 89] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

16. รูปแบบกราฟแท่ง Two- Bar Reversals และ Three-Bar Reversals

รูปแบบกราฟแท่ง  Two-Bar Reversals

ลักษณะพื้นฐาน

รูปแบบกราฟแท่ง two-bar  reversal เป็นรูปแบบคลาสสิกสำหรับส่งสัญญาณอ่อนแรงแบบ exhaustion และพัฒนาขึ้นหลังจากที่มีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงเป็นเวลานานเหมือนกับรูปแบบ one- and two-bar อื่นๆ เพียงแต่การกลับตัวของมันจะแข็งแกร่งกว่ารูปแบบ one­ or two-bar ทั่วไป ผมมีตัวอย่างแสดงอยู่ในรูปที่ 16-1 และ16-2 ซึ่งลักษณะของรูปแบบของมันจะเป็นดังนี้ :

รูปที่ 16-1 รูปแบบกราฟแท่ง Two-Bar Reversalsที่ด้านบน

รูปที่ 16-2 รูปแบบกราฟแท่ง Two-Bar Reversals ที่ด้านล่าง

1.       ต้องมีแนวโน้มที่ต้องแข็งแกร่งและต่อเนื่องเกิดขึ้นก่อน เพราะรูปแบบ two-bar reversals มักต้องตามมาด้วยการกลับตัวอย่างรุนแรง การไล่ราคาขึ้นหรือปรับลดราคาลงที่เกิดขึ้นก่อนเป็นระยะเวลายาวนานจึงมีความสำคัญมากยิ่งกว่าการฟอร์มรูปแบบ one- and two-bar ประเภทอื่นๆ

2.       แท่งกราฟทั้งสองแท่ง จะต้องมีขนาด trading range ที่กว้าง และมีความโดดเด่นเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับ trading range ของแท่งกราฟอันก่อนๆ (ดูรูปที่ 16-3 และ 16-4) ความกว้างของ trading range บนแท่งกราฟของมันช่วยสะท้อนความผันผวนและความอ่อนล้าทางอารมณ์ของตลาด ยิ่งมันแสดงพฤติกรรมผันผวนมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมั่นใจได้มากขึ้นว่ามีสัญญาณการกลับตัวที่แข็งแกร่งเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

 

รูปที่ 16-3 รูปแบบกราฟ Two-bar reversalsที่ Trading range เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

รูปที่ 16-4 รูปแบบกราฟ Two-bar reversals ที่ Trading range เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

[ตอนที่ 90] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

1 ราคาเปิดและราคาปิดของแท่งกราฟทั้งสองจะต้องอยู่ใกล้กับจุดปลายสุดของตัวมันเอง ซึ่งถือว่าเป็นเงื่อนไขที่สำคัญมากเนื่องจากมันจะสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดและเป็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างไม่คาดฝัน นักลงทุนที่ถือสถานะ Longs อยู่ส่วนบนของตลาด จะถูกล็อกอยู่ในกรอบราคาบนแท่งกราฟ two-bar reversal ในขณะที่นักลงทุนที่ถือสถานะ short   อยู่ด้านล่างสุดของตลาดจะถูกล็อกอยู่ในกรอบราคาบนแท่งกราฟ two-bar reversal ของตัวมันเอง

2 การเพิ่มขึ้นสำหรับปริมาณการซื้อขายของแท่งกราฟทั้งสองจะช่วยเสริมแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตลาด ถ้าปริมาณการซื้อขายระดับสูงเกิดขึ้นหลังการมีแนวโน้มแข็งแกร่ง แสดงให้เห็นถึงความอ่อนล้าของผู้ซื้อ/ผู้ขายตามทิศทางของแนวโน้มก่อนหน้านั้น นอกจากนี้ยังหมายความว่าผู้ค้าจำนวนมากได้ถูกล็อกให้อยู่ในสถานะขาดทุนเมื่อรูปแบบราคาฟอร์มตัวเสร็จสิ้น

3 รูปแบบของ two-bar reversals มักตามมาด้วยราคามีการขยับขึ้น/ลงอย่างรุนแรงแต่แค่เล็กน้อยเท่านั้น โดยทั่วไปนี่เป็นการพักตัวขนาดเล็กๆ ของราคาก่อนแนวโน้มใหม่ที่แท้จริงจะปรากฏตามมาเสมอ ผมมีตัวอย่างแสดงอยู่ในรูปที่16-5 และ 16-6 สำหรับด้านบนสุดของตลาด บริเวณที่มีการพักตัวของราคาในตัวอย่างพวกนี้ถูกเรียกว่าเขตแนวต้าน  และสำหรับที่ด้านล่างของตลาด มันก็จะถูกเรียกว่าเขตแนวรับ การย่อพักตัวแบบนี้อาจเป็นแค่กราฟเล็กๆ แท่งเดียวหรือมีอีกสักสองสามแท่งก็ได้ แต่ยิ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลามากขึ้นเท่าไหร่รูปแบบก็จะอ่อนแรงมากขึ้นเท่านั้น  ผมไม่มีเกณฑ์ตายตัวที่จะบอกว่าราคาจะต้องพักตัวขึ้น/ลงเป็นเท่าไหร่ได้ชัดเจนเหมือนหลักการแบ่งเป็นสัดส่วนที่เคยพูดถึง แต่การเริ่มต้นด้วยกฎ 50 % ดูจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และข้อแนะนำง่ายๆ ของผม ก็คือยิ่งการย่อพักตัวมีขนาดเล็กลง คุณก็ยิ่งมั่นใจเพิ่มขึ้นได้เลยว่าแนวโน้มขาลงกำลังจะเกิดขึ้นตามมา (หรือแนวโน้มขาขึ้นสำหรับ two-bar reversal ที่ด้านล่างของตลาด) และยิ่งมีโอกาสสูงที่รูปแบบนี้จะทำงานได้จริง ซึ่งถ้าอารมณ์ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงมากๆ ราคาก็ควรต้องมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งที่เด็ดขาดด้วย เพราะถ้าปัจจัยต่างๆ เหมือนกับที่บอกมาแล้วทั้งหมดแต่ราคายังไม่ยอมเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งให้ชัดเจน มันก็จะเป็นแค่การส่งสัญญาณแบบอ่อนๆ  เท่านั้น

รูปที่ 16.5  เขตแนวต้านของ two-bar reversal 

 

รูปที่ 16.6 เขตแนวรับของ two-bar reversal 

เมื่อเขตแนวต้าน/แนวรับเกิดขึ้นหลังจากการฟอร์มรูปแบบ two-bar reversalสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์ มันจะมีจุด Stop loss ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำเหมาะๆ ให้คุณอยู่ที่เหนือแท่งกราฟขึ้นไป (สำหรับที่ด้านบนสุดของตลาด) และต่ำกว่าแท่งกราฟลงไป (ที่ด้านล่างสุดของตลาด) ส่วนราคาที่มันมีการย่อพักตัวชั่วคราวและเป็นจุดที่สามารถเข้าซื้อขายได้จะอยู่ใกล้กับจุดปลายสุดของ  two-bar reversal  ถ้าหากคุณตั้ง Stop loss  ที่ป้องกันการขาดทุนไว้ให้เลยจากจุดปลายสุดของการฟอร์มรูปแบบแล้ว การเข้าซื้อที่ระยะย่อพักตัวของราคาก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากการซื้อขายได้อีกด้วย

[ตอนที่ 91] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

จิตวิทยาพื้นฐาน

เมื่อกราฟแท่งแรกของ  two-bar reversal ที่ด้านบนสุดของตลาดมีการฟอร์มตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในทิศทางที่ต่อเนื่องจากแนวโน้มเดิม ถ้ามันเป็นการส่งสัญญาณการกลับตัวบนแนวโน้มขาขึ้นที่แรงระดับห้าดาวแล้วล่ะก็ เราจะต้องเห็นราคาปิดของแท่งกราฟอยู่ใกล้กับราคาสูงสุดรวมทั้งต้องมี trading range ค่อนข้างกว้าง  จากนั้นเมื่อกราฟแท่งที่สองได้ฟอร์มตัวขึ้น ตรงนี้แหละที่คนซื้อต่างพากันคาดหวังว่าราคาจะขึ้นไปมากกว่าเดิม ดังนั้นราคาเปิดจะกระโดดสูงขึ้นจนใกล้เคียงกับราคาสูงสุดของแท่งกราฟแท่งแรก  แต่แนวคิดพื้นฐานของ two-bar reversal คือการแสดงการเปลี่ยนแปลงในเชิงจิตวิทยา ซึ่งถ้ากราฟแท่งที่สองกลับลงมาปิดลงด้วยราคาปิดที่ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดของกราฟแท่งแรกแล้วก็แสดงว่าคนในตลาดที่มีความคาดหวังสูงๆ ในช่วงเปิดของแท่งกราฟได้สลายตัวไปหมดแล้วในตอนสุดท้ายและนี่คือการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ตลาด ผู้ซื้อที่ราคาปลายบนสุดของ trading range  ของแท่งกราฟทั้งสองจะถูกล็อกอยู่ในสถานะขาดทุนด้วยราคาที่สูงขึ้นและเป็นสาเหตุให้แนวโน้มอยู่ในระหว่างขาลง

ส่วน two-bar reversal ที่ด้านล่างสุดของตลาด จะมีกลไกการทำงานเหมือนกันแต่เกิดในทิศทางตรงกันข้ามเท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้ที่ผมพูดถึงจะเป็นตัวอย่างในรูปที่ 16-2 ตามลักษณะของ two-bar reversal แนวโน้มจะต้องมีการลดลงเป็นระยะเวลาต่อเนื่องและยาวนานมาก่อนภายใต้การควบคุมของผู้ขาย กราฟแท่งแรกเปิดขึ้นที่ราคาใกล้กับราคาสูงสุดและปิดด้วยราคาที่ใกล้เคียงกับราคาต่ำสุดของตัวแท่งกราฟตามแนวโน้มเดิมที่เป็นขาลง  แต่พอถึงกราฟแท่งที่สอง มันจะเปิดขึ้นใกล้กับราคาต่ำสุดของกราฟแท่งแรกแล้วปิดที่ราคาใกล้กับราคาสูงสุด เป็นการบอกว่าผู้ซื้อกลับมาเป็นฝ่ายมีอำนาจ ความกว้างของ trading range คือความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับการกลับตัวอย่างแน่นอนของแนวโน้มและเป็นการยืนยันการฟอร์มตัวของรูปแบบ ดังนั้น ผมขอย้ำอีกครั้งว่าแท่งกราฟทั้งสองแท่งนี้จะต้องมีขนาดของ trading range ที่กว้างมากกว่าแท่งกราฟอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า และมันจะยิ่งดีถ้ากราฟทั้งสองนี้จะมาพร้อมกับมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นมารองรับชนิดที่เรียกได้ว่ายิ่งมากยิ่งดี  เพราะแท่งกราฟกว้างและมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นมากจะหมายถึงอารมณ์ตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่อารมณ์สุดขั้วและบ่งบอกการสิ้นสุดของแนวโน้มเดิม เพื่อให้การเกิดรูปแบบtwo-bar reversals มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง มันควรต้องสะท้อนให้ถึงระดับสูงสุดหรือจุดวิกฤติ  รวมถึงมันควรต้องมีองค์ประกอบทั้งหลายที่พูดถึงนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในตลาด

Charts 16-1 และ 16-2 เป็นกราฟแท่งราย 5 นาที ของ S & P Composite ซึ่ง Charts 16-1 ถือว่าเป็นรูปแบบคลาสสิกของแท่งราคาที่มีจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดตรงตามลักษณะที่อธิบายไปแล้วอย่างชัดเจน ส่วน  Charts 16-2 แสดงให้เห็นการย่อพักตัวเล็กๆ และการทำราคาทะลุเส้นประแนวโน้มขาขึ้นลงไปเป็นแนวโน้มขาลง ในรูปแบบนี้ การทะลุเส้นประแนวโน้มลงไปบ่งบอกชัดเจนถึงการสิ้นสุดแนวโน้มเดิม นี่เป็นการตอกย้ำความสำคัญให้กับ  two-bar reversal  ที่ด้านบนของตลาด ในขณะที่บ่อยครั้งรูปแบบ one- and two-bar กลับไม่สามารถยืนยันแนวโน้มที่ชัดเจนให้กับเราได้

Charts 16-1กราฟแท่งราย 5 นาที ของ S & P Composite

Charts 16-2 กราฟแท่งราย 5 นาที ของ S & P Composite

[ตอนที่ 92] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

Chart 16-3 แสดงรูปแบบ two-bar reversal สำหรับราคาของ June gold ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2001ถึงแม้ว่าในหลาย ๆ กรณี รูปแบบราคานี้จะตามด้วยราคาที่ปรับตัวขึ้นทันที แต่ในกราฟนี้เราจะเห็นว่าราคาได้เพิ่มขึ้นช้าไปหนึ่งวัน เพราะมันมีกราฟแท่งของรูปแบบ inside bar มาช่วยเสริมสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้ม โดยมะนจะฟอร์มตัวขึ้นในวันหลังจากสิ้นสุดรูปแบบ two-bar reversal  ทำให้แท่งกราฟคู่ของเรามีประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มที่แรงขึ้น และรูปแบบการกลับตัวของแนวโน้มจะแข็งแกร่งกว่าที่ไม่มี inside bar ทั้งนี้เป็นเพราะกราฟแท่ง inside bars  แสดงถึงความสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และตัวรูปแบบ two­ bar reversal เองก็เป็นการกลับสมดุลขนานใหญ่ระหว่างพวกเขา ในทำนองเดียวกัน เราสามารถบอกว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาได้ถูกครอบงำโดยผู้ขาย ดังนั้นกราฟแท่ง inside bar ที่ปรากฏขึ้น ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้เป็นผู้ควบคุมราคาอีกต่อไป  ในกรณีนี้เราจะเห็นว่ารูปแบบกราฟ inside bar  จะตามมาด้วยกราฟแท่ง outside bar (ไม่ได้ระบุเอาไว้ในกราฟ) ดังนั้นแนวโน้มจึงกลับตัวไปเป็นขาขึ้นของตลาดกระทิงอย่างแน่นอน อีกอย่างที่จะเห็นคือกราฟแท่งที่สองใน two-bar reversal จะคลุมความกว้างทั้งหมดของกราฟแท่งแรก ซึ่งนี่ก็คือ รูปแบบกราฟแท่ง outside bar  เช่นกัน อันที่จริงถ้าว่าตามกฎของแท่งราคาแบบ two-bar reversal แล้ว มันไม่จำเป็นต้องมีแท่ง outside bar ก็ได้ แต่ถ้ามีก็ถือว่าดีกว่า เพราะมันช่วยเสริมว่าอารมณ์ของตลาดได้กลับตัวแล้วแน่นอน ดังนั้นเวลาที่ผมพิจารณาเรื่องคุณภาพของสัญญาณการกลับตัว  ผมจะมีคะแนนเพิ่มความมั่นใจให้สำหรับการมีรูปแบบกราฟ outside bar  อยู่ถัดจาก Inside bar เสมอ

Chart 16-3 กราฟรายวันของ June Goldปี 2001

Chart 16-4 เป็นกราฟรูปแบบ two-bar reversal ของ US Bancorp ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปี 2002 ที่การไล่ระดับราคาอยู่ในระดับสูงสุด เราจะเห็นการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณการซื้อขายโดยที่ของกราฟแท่งที่สองจะสูงกว่ากราฟแท่งแรกเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณเพิ่มเติมว่าแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากความได้เปรียบของผู้ขาย

Chart 16-4 กราฟรายวันของ US Bancorp

[ตอนที่ 93] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

กราฟราคาน้ำตาลในตลาดที่แสดง two-bar reversal ใน  Chart 16-5 จะเห็นการเกิด gap ในวันแรกและราคาเปิดไม่ได้ถึงกับอยู่ในระดับราคาที่ต่ำมากนัก แต่แท่งกราฟทั้งสองแท่งยังถือว่าเป็นรูปแบบการกลับตัวที่ถูกต้องเพราะแท่งกราฟที่สองเปิดมาที่ราคาสูงสุดและปิดที่ราคาต่ำสุดของมัน  หนำซ้ำอีกสามวันถัดมาเราจะค่อยๆ เห็นว่า  two-bar reversal นั้นเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบกราฟ Island reversal อีกด้วย (สำหรับรายละเอียดของ Island reversals โปรดดูบทที่ 12)

Chart 16-5 กราฟรายวันของราคาน้ำตาล

Chart 16-6 แสดงการทะลุขึ้นไปแบบหลอกสำหรับ Dollar/Swiss franc  ซึ่งเน้นความสำคัญของรูปแบบกราฟ two­ bar reversal สำหรับให้สัญญาณการกลับตัวของแนวโน้ม ในสองวันที่เกิดแท่งกราฟจะมีกลุ่มผู้ซื้อที่ถูกล็อกไว้ตรงราคาเหนือจุดมันทะลุผ่านขึ้นไปหรือ  breakout point เป็นจำนวนมาก แต่รูปแบบนี้มีความแตกต่างจากรูปแบบคลาสสิกเล็กน้อยตรงที่พวกมันมีการทำราคาทะลุขึ้นไปแบบหลอกหลังมีการไล่ราคาขึ้นไปอย่างรุนแรงและกราฟแท่งที่สองเป็น outside bar แสดงอาการหมดแรงที่จะดันราคาให้ขึ้นไปต่อ และท้ายสุดรูปกราฟ two­ bar reversal นี้ก็ได้ถูกยืนยันเมื่อราคาร่วงกลับจนหลุดลงไปต่ำกว่าเส้นประของแนวรับ

Chart 16-6 กราฟรายวันของอัตราแลกเปลี่ยน Dollar/franc

[ตอนที่ 94] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

Chart 16-7 เป็นกราฟรายสัปดาห์ของสินค้าปศุสัตว์ประเภทวัวเป็น (Live Cattle)คุณจะเห็นว่ารูปแบบ two-bar reversal มีการทำราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปแบบหลอก และจะเห็นรูปแบบราคานี้เกิดขึ้นถึง 3 ครั้ง

ครั้งแรกอยู่ด้านซ้าย (A) เป็น  two-bar reversal แต่ยังไม่ใช่รูปแบบคลาสสิกของมัน เพราะการไล่ราคาขึ้นไปก่อนหน้าการเกิดรูปแบบไม่รุนแรงมากนัก อีกทั้ง trading range ของมันก็ไม่กว้างมาก แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังเห็นการทำราคาทะลุขึ้นไปเป็นการส่งสัญญาณหลอกหรือ whipsaws และ two-bar reversal เป็นส่วนหนึ่งของการราคาที่ทะลุขึ้นไปหรือ breakout  ทำให้อย่างน้อยเราก็พอจะคาดการณ์ได้ว่าแนวโน้มจะมีการกลับตัวแบบชั่วคราว

การเกิดรูปแบบราคาในครั้งที่สอง (B) เราจะเห็น two-bar reversal ที่ด้านล่างสุดของตลาดส่งสัญญาณการกลับตัวจากแนวโน้มขาลงเป็นแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งการลดลงของราคาที่เกิดขึ้นก่อนหน้าก็ไม่รุนแรงมากนักเช่นกัน เราจะเห็นว่าถึงมันไม่ได้ส่งสัญญาณระดับห้าดาวว่าจะเป็นการกลับตัวเป็นแบบถาวร  แต่มันก็มีการกลับตัวแล้วไต่ระดับราคาขึ้นไปได้อย่างสวยงาม 

และในครั้งสุดท้าย (C) เราจะเห็นว่ามีกราฟสองแท่งที่มีลักษณะเด่นของ two-bar reversal รวมถึงสัญญาณหลอก whipsaw และรูปแบบกราฟ two-bar reversal ที่สุดท้ายก็ได้รับการยืนยันเมื่อราคาได้ทะลุผ่านเส้นประแนวรับขนาดเล็กลงไปได้ในอีกสัปดาห์ถัดมา

Chart 16-7 กราฟรายสัปดาห์ของสินค้าปศุสัตว์ประเภทวัวเป็น ในระหว่างปี 1993-1994

ความสำคัญของการติดตามแนวโน้มโดยใช้กรอบเวลาที่หลากหลาย

บ่อยครั้งมากที่รูปแบบกราฟราคาซึ่งปรากฏอยู่บนกราฟรายวันจะไม่แสดงบนกราฟรายสัปดาห์หรือกราฟรายชั่วโมงหรือในทางกลับกันกราฟราคาที่ปรากฏอยู่บนกราฟรายชั่วโมงหรือรายสัปดาห์ก็จะไม่แสดงบนกราฟรายวันเช่นกัน ผู้ค้าที่ให้ความสำคัญเฉพาะกราฟที่อยู่ในกรอบเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยไม่พิจารณาร่วมกับกรอบเวลาอื่นๆ ที่มีอยู่ทั้งหมดอาจพลาดข้อมูลทางเทคนิคที่มีค่าไปได้ง่ายๆ ดังนั้นคุณควรพิจารณากราฟราคาที่เกิดขึ้นนอกเหนือกรอบเวลาที่คุณใช้ซื้อขายจริงเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วยถึงจะดี

ตัวอย่าง Chart 16-8 ของ Westvaco ที่แสดงราคาเป็นราย15 นาที คุณจะเห็น two-bar reversals ปรากฏอยู่ในกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ในขณะที่ Chart 16-9  ซึ่งเป็นราคาของหุ้นตัวเดียวกัน แต่เปลี่ยนเวลาแสดงราคาเป็นราย 5 นาที เมื่อทำกรอบรูปวงกลมที่เวลาเดียวกับของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าบน Chart 16-8 เรากลับไม่เห็นปรากฏการณ์ทางเทคนิคใด ๆ ที่บ่งบอกว่ามันมี two-bar reversals อยู่บนกราฟ ดังนั้นใครก็ตามที่มองแค่กราฟราย 5 นาทีอาจพลาดโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้

Chart 16-8 กราฟราย 15 นาทีของ Westvaco  (แหล่งที่มา: Telescon.)

Chart 16-9 กราฟราย 5 นาทีของ Westvaco (แหล่งที่มา: Telescon.)

[ตอนที่ 95] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

การดูกราฟบนกรอบเวลาเล็กๆ อาจทำให้ผู้ค้าที่ชอบใช้กราฟรายวันรู้สึกรำคาญใจและบอกว่ามันไม่เกี่ยวกัน แต่ที่จริงเราสามารถใช้หลักการนี้มาพิจารณากราฟรายชั่วโมงหรือรายสัปดาห์ได้  เพราะกราฟรายชั่วโมงสามารถแสดงรูปแบบราคาที่สำคัญบางประเภทได้ดีกว่าอย่างเช่นรูปแบบหัวและไหล่ (Head and Shoulders) ที่จะไม่ปรากฏบนกราฟรายวันที่มีแค่ 3 หรือ 4 แท่ง ในทำนองเดียวกันถ้าขยายกรอบเวลาขึ้นเป็นรายสัปดาห์ อาจทำให้ผู้ค้ารายวันเห็นภาพแนวโน้มอื่นที่มีความโดดเด่นมากกว่า นอกจากนี้มันอาจแสดงรูปแบบกราฟ outside bar หรือ  two-bar reversal ในขณะที่ไม่แสดงอยู่บนกราฟรายวัน

รูปแบบกราฟแท่ง  Two-Bar Reversals ที่เป็น Domino หรือ Reverse Domino

บางครั้งรูปแบบราคาเหล่านี้จะพัฒนาที่จุดเปลี่ยนที่สำคัญทั้งบนกราฟรายวันและกราฟระหว่างวัน ทั้งนี้ก็เพราะว่ารูปแบบกราฟแท่ง two-bar reversals (หรือรูปแบบ one- or two-bar  อื่น ๆ ) ทำหน้าที่เป็น dominoes หรือ reverse dominoes ซึ่งผมได้อธิบายแนวคิดนี้กับรูปแบบ outside bars  ไว้แบบคร่าวๆ แล้ว ในบทที่ 13  ตัวอย่างของ  Chart 16-10 เป็นกราฟแสดงพฤติกรรมราคารายวันสำหรับ DJ Transports  กรอบด้านล่างแสดงค่า  smoothed summed  rate of change หรือค่า KST ระยะสั้น ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ที่ผมพัฒนาขึ้นเมื่อมาหลายปีก่อน (สำหรับการเรียนการสอนแบบสตรีมมิ่งเกี่ยวกับ KST ให้เข้าไปที่  www.prlng.com "Charting the KST") เหนือสิ่งอื่นใดชุดอินดิเคเตอร์เอนกประสงค์นี้จะให้สัญญาณซื้อ/ขายแก่เราขณะที่มันวิ่งตัดขึ้น/ลงได้อย่างเด็ดขาด บนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 วัน อย่างใน Chart 16-10 ที่มันพยายามให้สัญญาณซื้อระยะสั้น แต่ที่จริงก็ไม่ได้ให้สัญญาณที่ถูกต้องเด็ดขาดนัก เพราะเราต้องรอให้ราคาไต่ระดับขึ้นไปเป็นเวลานานกว่าสามสัปดาห์ถึงจะยืนยันสัญญาณได้ ดังนั้นมันคงจะดีถ้าคุณได้มีการเฝ้าระวังเอาไว้บ้าง แล้วอะไรคือสิ่งที่สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือของสัญญาณได้? คำตอบอยู่ในพฤติกรรมของราคา ดูได้จาก Chart 16-11 ของ DJ Transportsเมื่อการฟอร์มรูปแบบ two-bar reversal  สิ้นสุด ผนวกกับค่า KST ให้สัญญาณการซื้อ จากนั้นราคาก็มีการปรับขึ้นโดยเฉลี่ยเป็นไปได้อย่างสวยงาม สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ข้อมูลจากกราฟทันต่อเวลามากขึ้น

Chart 16-10 กราฟรายวันของ DJ Transports

Chart 16-11 กราฟรายวันของ DJ Transports

[ตอนที่ 96] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

รูปแบบกราฟแท่ง  Three-Bar Reversals

ลักษณะและจิตวิทยาพื้นฐาน

รูปแบบกราฟแท่ง  Three-Bar Reversals ก็คือแท่งกราฟ  two-bar reversals ที่มีแท่งกราฟ  exhaustion bar  มาคั่นเอาไว้ตรงกลาง คุณจะเห็นตัวอย่างด้านบนสุดของตลาดแสดงในรูปที่ 16-7 และตัวอย่างด้านล่างสุดของตลาดในรูปที่ 16-8  รูปแบบนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความอ่อนแรงของผู้ซื้อหรือผู้ขายตามที่อยู่บนทิศทางของแนวโน้ม

สำหรับการฟอร์มรูปแบบที่ด้านบนสุด ในรูปที่ 16-7 ซึ่งแนวโน้มเดิมมีผู้ซื้อเป็นผู้ควบคุมหลัก กราฟแท่งที่สองจะบอกถึงความอ่อนแรงของราคาในรูปแบบของแท่งกราฟ Pinocchio bar เสมอ คุณจะเห็นการซื้อขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นเหนือราคาเปิดและราคาปิด  ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าในขณะที่ผู้ซื้อสามารถดันราคาให้สูงขึ้นไปมากในระหว่างการฟอร์มรูปแบบแท่งกราฟ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถรักษาราคาที่สูงขึ้นไปนั้นไว้ได้นานก็หมดแรงเสียก่อน และเพื่อให้สะท้อนสามารถเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน มันจึงสำคัญมากที่กราฟแท่งแรกและแท่งสุดท้ายจะต้องมี trading range กว้างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เมื่อเทียบกับแท่งกราฟที่เกิดขึ้นก่อนหน้า มันจะยิ่งดีมากขึ้นอีกถ้าแท่งกราฟตรงกลางเป็นแบบ Pinocchio ซึ่งมี trading range สูงเกินออกไปจากราคาเปิด/ราคาปิดของตัวมัน เพราะมันเป็นการบอกถึงการเคลื่อนไหวแบบอ่อนแรงของราคา ส่วนในรูปที่ 16-8 เป็นการฟอร์มรูปแบบกราฟที่ด้านล่างสุดของตลาดที่มีหลักการเหมือนกันแต่มีทิศทางกลับกันเท่านั้น

รูปที่ 16-7 รูปแบบกราฟแท่ง  Three-Bar Reversalsที่ด้านบน

รูปที่ 16-8 รูปแบบกราฟแท่ง  Three-Bar Reversalsที่ด้านล่าง

[ตอนที่ 97] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในตลาด

Chart 16-12 เป็นกราฟของ Cisco ซึ่งแสดง three-bar reversal ที่ด้านล่างของตลาด แต่มันไม่ใช่รูปแบบคลาสสิกจริงๆ เพราะมันมีองค์ประกอบไม่ครบอยู่อย่างหนึ่งซึ่งก็คือกราฟแท่งที่สามยังมีความกว้างของ trading range ไม่มากพอ อย่างไรก็ตามมันก็ชดเชยด้วยปริมาณการซื้อขายจำนวนมากของกราฟแท่งกลาง

Chart 16-12 กราฟรายวันของ Cisco

Chart 16-13 เป็นราคาของน้ำตาล ซึ่งแสดง three-bar reversal ในอีกรูปแบบหนึ่ง เราจะเห็นกราฟแท่งกลางกลายไปเป็นรูปแบบเกาะ one-day island reversal ระยะหนึ่งวัน (หนึ่งแท่ง) และคุณจะเห็นว่าราคาเปิดและราคาปิดของมันจะอยู่ที่จุดต่ำสุด ดังนั้นการซื้อขายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนั้นจะอยู่ที่ราคาระดับสูงขึ้นไป และเกือบทุกคนที่ซื้อในวันนี้จะถูกล็อกไว้ที่ขาดทุน นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดเมื่อเห็นราคาวิ่งขึ้นก่อนหน้ารูปแบบนี้

Chart 16-13 กราฟรายวันของ Sugar

[ตอนที่ 98] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

กราฟของ Cintas ใน Chart 16-14 เป็นรูปแบบกราฟ three-bar reversal ที่ดีมาก ลูกศรชี้ให้เห็นปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างสูงในแท่งกราฟวันที่เกิด Pinocchio  และคุณจะเห็น trading range ของมันพุ่งขึ้นไปอยู่สูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งกราฟที่อยู่ด้านข้างอีกสองแท่งเมื่อลากเชื่อมจุดสูงสุดของกราฟทั้งสองนั้นเป็นเส้นประแนวนอน ยิ่งมีการละเมิดเส้นแนวโน้มลงไปในวันถัดจากที่รูปแบบนี้เสร็จสิ้นแล้วก็ยิ่งเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่าการฟอร์มรูปแบบนี้ถูกต้อง

Chart 16-14 กราฟรายวันของ Cintas

Chart 16-15 ของ Cnet  ยังขาดส่วนประกอบบางอย่างของรูปแบบ three-bar reversal ประการแรกกราฟแท่งกลางไม่ใช่รูปแบบ Pinocchio ที่แท้จริง เพราะราคาเปิดและราคาปิดของมันไม่ได้อยู่ในระดับที่ใกล้กันเมื่อเทียบกับความกว้างของแท่งกราฟอีกทั้งราคาปิดยังอยู่สูงกว่าราคาเปิด กราฟแท่งกลางมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างสูงและแท่งกราฟที่ขนาบทั้งสองข้างมีความกว้างพอสมควร  โดยทั่วไปหลังจากสิ้นสุด three-bar reversal แล้ว เราควรจะต้องเห็นราคาที่ลดลงมากกว่าที่เห็นบนกราฟ แต่ที่ผมเสนอตัวอย่างเพื่อบอกว่าปริมาณการซื้อขายสูงๆ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นสำหรับลักษณะของ Pinocchio ถึงแม้ว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม

Chart 16-15 กราฟรายวันของ Cnet

[ตอนที่ 99] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

รูปแบบกราฟแท่ง Quiet Three-Bar Reversal

รูปแบบกราฟแท่ง  quiet three-bar reversal เป็นสิ่งที่ผมใช้เรียกเมื่อมีการแปลงรูปแบบบางอย่างเกิดขึ้นบน three-bar reversal (ดูรูปที่ 16-9) เพราะส่วนที่  "เงียบหรือ quiet" หมายถึงกราฟแท่งกลางไม่ได้มีลักษณะเป็นรูปแบบ Pinocchio และมี trading range ค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับแท่งกราฟอีกสองแท่งที่อยู่ขนาบข้าง ปริมาณการซื้อขายของมันจะต่ำมากซึ่งแตกต่างจากมาตรฐานของ  three-bar reversal เพราะนี่เป็นการบ่งบอกว่าทั้งกลุ่มไม่สนใจที่จะซื้อหรือขาย หนำซ้ำพฤติกรรมราคาของมันยังตรงกันข้ามกับแท่งกราฟที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่กลุ่มควบคุมตลาดมักมีการเร่งขายหรือเร่งซื้อตามทิศทางของแนวโน้มเดิม

โดยปกติราคาเปิด/ราคาปิดของกราฟแท่งกลางในรูปแบบquiet three-bar reversal จะอยู่ใกล้กันมากนั่นหมายถึงว่าทั้งสองฝ่ายมีการจับคู่กันอย่างเท่าๆ กัน ตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นมาก่อนตามทิศทางเดิมของมันอย่างแข็งแกร่ง ดังนั้น กราฟที่มี trading range แคบจึงเป็นการเตือนว่าใครก็ตามที่เคยถูกควบคุมมาก่อนจะไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป สัญญาณที่มันส่งออกมาจะมีความแรงน้อยกว่าของรูปแบบ Pinocchio bar แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะสัญญาณชี้ขาดจริงๆ จะมาจากกราฟแท่งที่สามซึ่งราคาเปิดจะใกล้กับราคาปิดของกราฟแท่งแรกและราคาปิดจะใกล้กับราคาเปิด ดังนั้นต่อให้มีความผันผวนใดก็ตามเกิดขึ้นในระหว่างการฟอร์มตัว แต่เมื่อกราฟแท่งที่สามสิ้นสุด มันก็จะเหลือกำไรสุทธิให้ผู้ค้าเพียงน้อยนิดหรือไม่มีเลยเท่านั้น

รูปที่ 16-9 รูปแบบกราฟแท่ง Quiet Three-Bar Reversal ที่ด้านล่าง

รูปที่ 16-10 แสดงการเปรียบเทียบรูปแบบกราฟของ three-bar reversal ปกติกับ quiet three-bar reversal ที่มี trading range  แสดงเป็นกรอบสี่เหลี่ยม

รูปที่ 16-10 รูปแบบกราฟ three-bar reversal และ quiet three-bar reversal ที่ Trading range เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

[ตอนที่ 100] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

Chart 16-16 เป็นกราฟของ Cisco ที่แสดง quiet three-bar reversal หลังจากการไล่ราคาขึ้นในเวลาสั้นๆ   ลูกศรชี้ว่ากราฟแท่งกลางเกิดขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่ต่ำมากสะท้อนถึงความสมดุลที่ดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายหลังจากอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ซื้อมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง รูปแบบราคานี้ได้รับการยืนยันในทันทีจากการที่ราคาทะลุเส้นแนวโน้มลงไป

Chart 16-16 กราฟรายวันของ Cisco

รูปแบบกราฟแท่ง Three-Bar-Plus Reversal

นี่เป็นquiet three-bar reversal ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ โดยที่มันจะมีแท่งกราฟแบบ quiet bar เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งแท่ง ดังนั้นมันจึงมีคำว่า plus รวมอยู่ในชื่อด้วย ตัวอย่างจะแสดงในรูปที่ 16-11 และ 16-12

 

รูปที่ 16-11 รูปแบบกราฟแท่ง Three-Bar-Plus Reversal ที่ด้านบน

รูปที่ 16-12 รูปแบบกราฟแท่ง Three-Bar-Plus Reversal ที่ด้านล่าง

[ตอนที่ 101] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

แนวความคิดของรูปแบบราคายังคงเหมือนกันไม่ว่าเราจะมีแท่งกราฟที่มี trading range แคบจำนวนกี่แท่ง เพราะพวกมันทั้งหมดแสดงถึงสมดุลที่ดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายแต่สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่พวกมันต้องถูกขนาบทั้งสองข้างด้วยแท่งกราฟที่มี trading range  กว้าง

เพื่อให้รูปแบบที่นำไปใช้งานได้ดี three-bar-plus นี้ต้องมีการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงก่อนการเกิดรูปแบบเนื่องจากมันต้องสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของตลาดระหว่างแนวโน้มหนึ่งกับอีกแนวโน้มหนึ่ง

Chart 16-17 กราฟรายวันของ Apple Computer

ใน Chart 16-17เป็นกราฟแสดงรูปแบบ three-bar-plus reversal ของ Apple Computer ผมว่ามันคงจะดีกว่านี้ถ้าแท่งกราฟที่อยู่ก่อนหน้ากราฟแท่งกลางสองแท่งจะมี trading range กว้างกว่าที่เห็นเพื่อผมจะมั่นใจได้ว่าแนวโน้มก่อนหน้ามันถูกครอบงำโดยผู้ขายจริงๆ แต่การฟอร์มตัวของกราฟแท่งสุดท้ายก็ถือว่าทำได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้คุณจะเห็นปริมาณการซื้อขายของมันเป็นรูปจานหงายซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการเห็น  ยิ่งถ้าปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยในวันสุดท้ายก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่จำเป็นก็ได้ เพราะมันคงไม่สามารถมีลักษณะทุกอย่างครบถ้วนได้ตามที่เราต้องการ!

รูปแบบกราฟแท่ง  Two-Bar Reversals และ Candlesticks

มันยังมีรูปแบบกราฟแท่งเทียนของญี่ปุ่นหรือ Japanese candlestick  ซึ่งไม่ได้เป็นที่รู้จักนักแต่มีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบกราฟ two-bar reversalอยู่บางประเภท  ที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็นกราฟแท่งเทียนรูปแบบกลืนกิน หรือ Engulfing ที่อธิบายไว้ในบทที่ 13  ทั้งนี้  two-bar reversals จะปรากฏขึ้นในรูปแบบแท่งเทียนสองแท่งที่มีลำตัวจริงที่กว้างมากและมีไส้เทียนเล็กๆ หรือไม่มีเลยโผล่ออกมาที่ด้านบนหรือด้านล่างของมัน   (ดูรูปที่ 16-13 และ 16-14) ลำตัวจริงของกราฟแท่งแรกจะมีสีตามทิศทางของแนวโน้มเดิมและกราฟแท่งที่สองจะมีสีตรงกันข้าม ที่ด้านบนของตลาดจะประกอบไปด้วยแท่งเทียนสีดำที่ตามมาหลังจากแท่งเทียนสีขาวและในทางกลับกันสำหรับที่ด้านล่างของตลาด

รูปที่ 16-13 รูปแบบกราฟ candlestick ของ two-bar reversals ที่ด้านบน

 

รูปที่ 16-14 รูปแบบกราฟ candlestick ของ two-bar reversals ที่ด้านล่าง

[ตอนที่ 102] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

รูปแบบกราฟแท่ง  Three-Bar Reversals และ Candlesticks

รูปแบบกราฟแท่ง  three-bar reversals  มีความใกล้เคียงกับรูปแบบโดจิกากบาทหรือ doji star ถึงแม้รูปแบบ three-bar reversal กำหนดไว้ว่าจะต้องมีกราฟแท่งกลางอย่างรูปแบบ Pinocchioซึ่งกว้างกว่าของรูปแบบ doji star อยู่เสมอก็ตาม  ตัวอย่างของรูปแบบโดจิที่ส่งสัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น  morning dojis และรูปแบบโดจิที่ส่งสัญญาณกลับตัวเป็นขาลง  evening dojis จะแสดงอยู่ในรูปที่ 16-15 ส่วนรูปแบบ Quiet three-bar reversals จะเหมือนกราฟแท่งเทียนที่บอกว่าแนวโน้มจะกลับตัวที่เรียกว่า morning starและ evening starมากกว่า  โดยรูปที่ 16-16 จะเป็นรูปแบบ morning star ที่บอกว่าแนวโน้มจะกลับตัวเป็นขาขึ้น

อย่างไรก็ตาม จิตวิทยาพื้นฐานของรูปแบบราคาเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกันมาก อย่างเช่น  มีแนวโน้มแข็งแกร่งทำให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งจะพลิกไปสู่แนวโน้มใหม่ตามความต้องการของกลุ่มที่เคยถูกควบคุมในแนวโน้มก่อนหน้านี้

 

รูปที่ 16-15 รูปแบบกราฟdoji star 

รูปที่ 16-16 รูปแบบกราฟ morning star

[ตอนที่ 103] บทความแปล by cmFX ”Price Pattern : Martin Pring on Price Patterns”

ที่จริงรูปแบบ three-bar-plus reversals ยังอยู่ในตัวอย่างรูปแบบราคาอีกมากมาย อย่างรูปแบบยอดหอคอย tower tops หรือฐานหอคอย tower bottoms (ดูที่ Chart 16-18) รูปแบบเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับ trading range ที่แคบมากและมีลักษณะคล้ายจานรอง ที่ถูกขนาบสองข้างด้วยกราฟแท่งต่างสีที่ลำตัวจริงมีขนาดกว้างมาก แนวคิดเรื่องกราฟแท่งเทียนสองแท่งประกบแท่งกราฟขนาดเล็กกว่าหลายๆ แท่งเป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าแนวโน้มทั้งสองที่แข็งแกร่งถูกคั่นด้วยสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย  เห็นได้จาก Chart 16-18 นั่นคือ รูปแบบยอดหอคอย tower tops  ที่ใช้เวลาในการสร้างรูปแบบนานกว่ารูปแบบ quiet three-bar-plus reversal

Chart 16-18 กราฟที่แสดงรูปแบบ tower top ของ General Motors ในระหว่างปี 1994-1995 (แหล่งที่มา : prinq.com)

สรุป

รูปแบบกราฟแท่ง Two-Bar Reversals

ลักษณะของราคา : เป็นกราฟสองแท่งทีมี trading range กว้างและมีความสูงใกล้เคียงกันตามแนวโน้มเดิมที่แข็งแกร่ง

-     ที่ด้านบนสุดของตลาด กราฟแท่งแรกจะเปิดด้วยราคาเปิดที่ใกล้เคียงกับราคาต่ำสุดและปิดที่ราคาใกล้เคียงกับราคาสูงสุดของตัวมัน

-     ด้านล่างสุดของตลาด กราฟแท่งแรกเปิดที่ราคาใกล้เคียงกับราคาสูงสุดและปิดที่ราคาต่ำสุดของตัวมัน

·   ปริมาณการซื้อขาย : กราฟทั้งสองแท่งที่ด้านบนและด้านล่างของตลาดต้องเกิดขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย

·   ความหมายของการวัด : ไม่มี แต่จะตามด้วยการกลับตัวในระยะสั้นเสมอ

·   ความน่าเชื่อถือ : โดยปกติแล้วจะมีความน่าเชื่อถือที่ดีเมื่อมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งนำมาก่อน

รูปแบบกราฟแท่ง  Three-Bar Reversals

ลักษณะของราคา : เป็นกราฟสองแท่งทีมี trading range กว้างและมีความสูงใกล้เคียงกันตามแนวโน้มเดิมที่แข็งแกร่ง พวกมันจะถูกคั่นด้วยกราฟแท่ง Pinocchio หรือกราฟที่มี trading range แคบๆ  (สำหรับรูปแบบของ quiet three­ bar reversal) ที่ฟอร์มรูปแบบขึ้นไปถึงระดับราคาสูงสุดสำหรับด้านบนสุดของตลาด หรือ  ฟอร์มรูปแบบลงไปถึงระดับราคาต่ำสุดสำหรับด้านล่างสุดของตลาด

-     ที่ด้านบนสุด กราฟแท่งแรกจะมีราคาเปิดใกล้กับราคาต่ำสุดและราคาปิดใกล้กับราคาสูงสุดของตัวมัน ส่วนกราฟแท่งที่สองจะมีราคาเปิดใกล้กับราคาสูงสุดและปิดใกล้กับที่ราคาต่ำสุดของมัน

-     ที่ด้านล่างสุด กราฟแท่งแรกจะมีราคาเปิดใกล้กับราคาสูงสุดและราคาปิดใกล้กับราคาต่ำสุดของตัวมัน ส่วนกราฟแท่งที่สองจะมีราคาเปิดใกล้กับราคาต่ำสุดและราคาปิดใกล้กับราคาสูงสุดของตัวมัน

·   ปริมาณการซื้อขาย : ปริมาณการซื้อขายสูงกว่าโดยเฉลี่ยสำหรับกราฟที่ trading rangeกว้างทั้งสองแท่งและกราฟ Pinocchio และมีปริมาณการซื้อขายบางเบาสำหรับรูปแบบ quiet three-bar reversal

·   ความหมายของการวัด : ไม่มี แต่จะตามด้วยการกลับตัวในระยะสั้นเสมอ

·   ความน่าเชื่อถือ : โดยปกติแล้วจะมีความน่าเชื่อถือที่ดีเมื่อมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งนำมาก่อน

รูปแบบกราฟแท่ง  Quiet Three-Bar-Plus Reversal

เหมือนกับ quiet three-bar  reversals เพียงแต่จะมีกราฟที่ trading range แคบๆ เพิ่มขึ้นอีก  2-4 แท่ง